2007/May/22

พราง

มองฟ้าไม่เห็นฟ้า ด้วยเบื้องหน้าพรางตาไว้

พราวพร่างทั้งดอกใบ จึงฝังใจเป็นภาพจำ

ภาพจริงไม่ปรากฏ โลกสวยสดนั้นครอบงำ

หยุดนิ่งพลันดิ่งดำ แขวนฝันอยู่กับมายา

เคว้งคว้างกลางสีสัน ผ่านคืนวันเปล่าค้นหา

ไม่มองแล้วท้องฟ้า โลกกว้างกว่าไม่อยากเห็น

เพียงใกล้ก็มองก่อน ลืมภาพซ้อนซึ่งซ่อนเร้น

หลุดพ้นพรางดอกเด่น อาจจำเป็นต้องหลับตา

ถ้อยคำ...ฐากูร โกมารกุล ณ นคร

จาก...อนุสาร อสท. ฉบับ มีนาคม 2550

2007/May/02

" ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต "

...จาก 'ความสุขของกะทิ' (นวนิยายซีไรต์ปี 2549)

2007/Apr/24

แมวกับหมา

(บทความนี้มีความลำเอี๊ยง ลำเอียง ส่วนบุคคลอย่างออกนอกหน้า ผู้ปกครองควรพิจารณานะครับ)

...ผมล่ะสงสารหมาที่บ้านตัวเองจริงๆ ที่เจ้านายมันเอาใจออกห่างไปให้แมวมากกว่า

ที่บ้านของผมมีหมากับแมวอยู่อย่างละตัวซึ่งผมมักจะเล่นกับมันอยู่บ่อยๆ (ความจริงมีหมาอีกตัว แต่มันไม่ค่อยมาสุงสิงกับคนเท่าไหร่) เจ้าหมาตัวที่ว่านี้จะวิ่งเข้ามาหาทุกครั้งที่มันเหลือบเห็นผม ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันแค่ไหน จากนั้นก็จะเดินตามต้อย ต้อย ต้อย ไปในทุกที่ที่ผมไป ผมแวะนั่งแวะนอนตรงไหน มันก็จะนอนจะนั่งอยู่ใกล้ๆ ภูมิใจที่ได้ทำตัวเป็นลูกสมุนเอกอย่างออกนอกหน้า

ส่วนเจ้าแมวตัวที่ว่าชอบวางตัวเป็นเจ้าของบ้าน แต่ละวันผมตื่นนอนขึ้นมา ก็เห็นมันเอาแต่หลับเป็นตาย นอนหงายท้องขาวๆ อยู่ที่เตียงหน้าจอทีวี (ขนาดแม่ผมยังต้องนั่งดูทีวีที่ม้านั่งตัวข้างๆ เลย...คิดดู) ใครแซวใครหยอกอะไรก็ไม่สนใจ ต่อเมื่อเรากินข้าวเช้ากันโน่นแหละ ถึงได้ฤกษ์เสด็จมาร้องเมี้ยวอยู่ใกล้ๆ ทำตัวน่ารัก นอนข้างเท้าเราเสียเสร็จสรรพโดยไม่ต้องเชื้อเชิญให้เสียเวลา

ผมสงสารหมาของผมก็เพราะมันเป็นหมาซนๆ ที่ชอบไปเล่นในบึงหลังบ้าน กลับมาตัวก็เหม็น ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แถมสัญชาตญาณความเป็นหมายังชอบตีสนิทเจ้านายด้วยการเลียอีกต่างหาก บางทีเราอ่านหนังสืออยู่เพลินๆ เจอทั้งกลิ่นทั้งน้ำลายเข้าไป ก็ไล่ตะเพิดกันแทบไม่ทันสิครับ

แต่เจ้าแมวกลับตรงกันข้าม หลายครั้งที่ผมเบื่อ อยากหาอะไรฟูๆ อย่างไม้ปัดขนไก่ไปเล่นกับมันบ้าง มันก็จะตะปบอยู่แป๊บเดียว ก่อนจะแยกเขี้ยวคำรามใส่ ขู่เราฟอดๆ ด้วยอารมณ์สุดรำคาญว่าเลิกเล่นเสียทีจะได้มั๊ย บางครั้งผมจับมันมานั่งนิ่งๆ ในตัก มันก็ได้แต่ทำหน้าเซ็ง ปัดแข้งปัดขาแล้วดีดตัวเองออกมา ทิ้งไว้แต่ขนที่เปรอะเต็มตัก ปัดออกก็ยาก ต้องหยิบทิ้งอยู่ตั้งนานกว่าจะหมดไปจากกางเกงได้

ผมมองตาเจ้าตูบทีไร ก็เห็นแต่แววตาแป๋วๆ ซื่อๆ ของเด็กคนหนึ่ง ที่รักเจ้านายสุดขั้วหัวใจ มีหางที่พร้อมจะกะดิกรัว แม้ว่าตอนนั้นเรากำลังจะเขกหัวมันก็ตาม ...ไม่เหมือนกันเลยกับแววตาที่ผมแอบสังเกตได้ ตอนที่มันนอนเหงาไม่มีใครให้เล่นด้วยสักคน

ต่างกับเจ้าเหมียว ที่ผมเคยลงทุนนอนเกยคางราบกับพื้นเพื่อจะให้มองหน้ากันได้ถนัด แต่มันก็แค่หันมานิ่งๆ สบตาอย่างเฉยชา ที่ไม่อยากเชื่อก็คือ พอหมดข้อสงสัยแล้วมันก็เบนหน้าหนี หันไปมองฟ้ามองอากาศเหมือนไม่มีเราอยู่ตรงหน้า ต่างกันแยะกับตอนที่เข้ามาประจบขอข้าวกิน ราวกับว่าตอนนั้นทำไปก็เพราะเรามีผลประโยชน์ที่สนองความต้องการของมันได้

แต่ถึงอย่างไร...ผมก็รักแมวมากกว่า (ดูสิ แค่เล่าก็ยังเล่าถึงแมวมากกว่า)

.

.

.

...สงสัยผมเองก็คงไม่ต่างอะไรจากหมา ได้แต่วิ่งตามแมวตัวแล้วตัวเล่า ก่อนที่แมวทุกตัวจะเดินเยื้องย่างหายไปจนลับตา หายไปแบบไม่เคยได้พบหน้าค่าตา หายไปจากสายตา...ตลอดชีวิต