ให้มันได้สักคลื่นเต๊อะ!
เวลากลับบ้านต่างจังหวัดหรือไปเที่ยวที่ไหน ถ้ามีเวลาผมจะหาโอกาสเปิดวิทยุฟังให้ได้ ทำไมน่ะเหรอครับ ...ก็เพราะว่าผมค่อนข้างเหี่ยวใจกับรายการวิทยุส่วนใหญ่ (ไม่ใช่ทั้งหมด) ของกรุงเทพฯ น่ะสิ ชอบเปิดแต่เพลงซ้ำๆ ตามแต่ที่ค่ายจะเลือกมาให้แล้ว เนื้อหาก็วนอยู่แต่เรื่องของ คนเหงา เรื่องของ กิ๊ก ไม่ก็ คนรักข้าใครอย่าแตะ วันไหนว่างๆ เปิดฟังทีไร พาลจะหมดแรงหมดกำลังใจสู้ชีวิตต่อทู๊กที
แต่คลื่นวิทยุตามต่างจังหวัดสิครับ นอกจากจะเปิดเพลงได้ตามใจดีเจ เปิดเพลงแปลกๆ ที่คนฟังขอมาแต่ค่ายไม่ตัดเป็น single แล้ว ผมยังหาฟังเพลงไทยเก่าๆ กับเพลงเพื่อชีวิตได้ง่าย แถมคลื่นเพลงฝรั่งก็เปิดเพลงได้ป๊อปนิดๆ ขึ้นหิ้งหน่อยๆ กำลังดี เช่น good time, ode to my family, whats up, ฯลฯ (ที่ว่ามานี่คือพิมพ์ไปตามที่กำลังได้ฟังอยู่เลยนะครับ) และที่เจ๋งมากคือได้ฟังเพลงกับโฆษณาที่เป็นภาษาถิ่นด้วย...อันนี้สิเด็ดของจริง ได้ฟังแล้วจะตื่นเต้นปากคอสั่นระนาวกันเรยยย
แต่กระนั้น (โปรดให้อภัยผมด้วยที่หลุดศัพท์โบราณออกมาเป็นระยะ เพราะเพื่อนผมเองเขาก็ยกผมให้เป็น ลุง แล้วเหมือนกัน) ความเปลี่ยนแปลงก็ยังแฝงตัวเข้ามาอยู่ดี อย่างวิธีการพูดของดีเจในหลายๆ คลื่นแถวบ้านเกิดผม ก็เริ่มเข้าข่ายเคาะออกมาจากแม่พิมพ์ @ time กันอยู่ไม่น้อย พูดไป หัวเราะไป ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาแบบดีเจเป้ วิศวะ ซึ่งผมว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหรอก มันคือภาษาของวัยรุ่นยุคนี้ และมันก็คือวิธีการดึงคนฟังให้อยู่กับเขาได้ตลอดเวลา แต่ผมอยากได้ยินเสียงเย็นๆ พูดน้อยๆ ส่งผมเข้านอนหลับแล้วฝันดี แบบคุณพี่เสียงหวานในรายการ แว่วหวานวันวาน บ้าง รายการนี้เขาเปิดเพลงไทยยุค 80s ออกอากาศตอน 5 ทุ่ม ทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ครับ...ใครเคยฟังบ้างเอ่ย? (หาฟังยากมาก แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่ารายการนี้ nationwide แน่ๆ แต่ทำไมเวลากลับไปหมุนหน้าปัดที่กรุงเทพฯ แล้วหาไม่เจอหว่า สงสัยจะอยู่ทางคลื่น AM กระมัง ขอใช้ศัพท์โบราณอีกหน)
แต่ยังไงซะ คุณผู้ฟัง เอ๊ย! ผู้อ่านของผมครับ รู้มั้ยว่าสิ่งที่ดีที่สุดของการได้ฟังวิทยุตามต่างจังหวัดคืออะไร?
...มันไม่ใช่ตัววิทยุหรอกครับ...
แต่มันคือความเงียบ เสียงจักจั่น แสงจันทร์สลัว กลิ่นดอกไม้ราตรี และบรรยากาศหนาวเย็นรอบตัวต่างหาก ที่ทำให้เสียงวิทยุเบาๆ กลับโรแมนติกขึ้นมาได้ ราวกับมีใครมากระซิบข้างหูอย่างไรอย่างนั้น!
หลับฝันดีครับทุกคน J
